2005/Sep/25

แด่ " ชีวิตเยาวชนผู้น่าสงสาร "


" หลักสูตรใหม่ของการศึกษาระดับมัธยมปลาย ทุกแผนต้องเรียน คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ "

ผมได้ฟังคำพูดนี้เมื่อสมัยผมอยู่ ม.6 ปีการศึกษา 2545 ซึ่งขณะนั้น ผมยังเรียนหลักสูตรเก่าอยู่ และผมเป็นรุ่นรองสุดท้ายในโรงเรียนที่ได้เรียนหลักสูตรเก่า

หลังจากจบ ม.6 แล้ว ผมก็เพิ่งจะมานึกได้ เนื่องจากเห็นกระทู้ๆ หนึ่ง มีเด็ก ม.3 มาถามว่า

" อยู่ ม.3 แล้วท่องตารางธาตุไม่ได้ แปลกไหม "

เด็กคนนี้บอกว่าจะเรียนศิลป์ครับ

โอ้! DP มันโครตมหาแย่คับ สุดยอดแห่งความแย่จริงๆ มีอย่างที่ไหน ทุกแผนต้องไปเรียนฟิสิกส์ เคมี ชีวะ

เด็กเขามุ่งแล้ว เขารู้หัวไม่ไหว เลยอุตส่าห์หนีจากสายวิทย์มาเรียนสายศิลป์ เขารู้ว่าวิทย์ เรียนไปไม่จบแน่ๆ ก็ยังจะเอาไอ่ที่เขาหนี เขาไม่ชอบ ไปเรียนสายที่เขาชอบ เขาถนัด ไม่ยากเกินความสามารถของเขา

หลักสูตรเก่าไม่ดีตรงไหน?

ใช่ครับ มันเก่าครับ แต่ เก่าตรงไหนครับ ถ้าเก่าตรงเนื้อหา ก็ปรับปรุงเฉพาะเนื้อหาสิครับ ไปเกี่ยวอะไรกับการเพิ่มวิชามหาโหดเหล่านั้นเข้าไปด้วย

คนเราความสามารถไม่เหมือนกัน บางคนเก่งวิทย์ บางคนเก่งภาษา กีฬา ดนตรี คอมพิวเตอร์ ฯลฯ อะไรก็ว่ากันไป และที่หลายคนไม่เลือกเรียนวิทย์ เขารู้ว่าเขาไม่ไหวจริงๆ อีกอย่าง ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ไม่ได้ใช้กันทุกคน เว้นแต่คนจะไปเป็นมืออาชีพทางนั้นจริงๆ อย่างหมอ วิศวะ นักวิทยาศาสตร์

แต่พวก ตำรวจ ทหาร ( ถ้าไม่ใช่สายวัตถุระเบิด หรือพวกคิดจะสอบสายนายร้อย ) ได้ใช้หรือครับ

นักกฏหมาย นักรัฐศาสตร์ บัญชี การเงิน ได้ใช้หรือครับ

ไม่งั้นจะแบ่งสายการเรียนไปทำไม

วิทย์ - คณิต ศิลป์ - คำนวณ ศิลป์ - ภาษา เหล่านี้จะแบ่งไปทำพระแสงทวนหรือไงครับ ในเมื่อมันเรียนเหมือนกันหมด

ตัวผมตอน ม.4 เคยเรียนสายวิทย์ - คณิต แต่ไม่ไหวจริงๆ พอขึ้น ม.5 ขอย้ายสาย โอนหน่วยกิตไปเป็น คณิต - อังกฤษ ตามที่ผมพอจะไปได้ ต้องขอบคุณหลักสูตรเก่าครับ ถ้าเป็นหลักสูตรใหม่ ผมอาจไม่มีวันเรียนจบ

แล้วเด็กที่เรียนไม่จบนี่ล่ะ หลายคนอาจท้อ แล้วเดินเข้าสู่ด้านมืดได้ ( ไม่แน่ถ้าผมเรียนหลักสูตรใหม่ ผมเรียนไม่จบ ม.6 อาจจะเห็นผมพาดหัวข่าวหน้า 1 " วิสามัญแก๊งค์โจรโหด ปล้นธนาคาร ตัดหัวตัวประกัน " อะไรแบบนี้ก็ได้ หึๆๆ )

แล้วผมก็เรียนจนจบมาครับ ไม่ต้องเป็นด้านมืดแบบตัวอย่าง

ไม่เถียงว่าวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งสำคัญ แต่หลักสูตรเก่า สายอื่นๆ ก็มีวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว เพียงแต่ไม่แยกเจาะลึกแบบสาย วิทย์ - คณิต ( ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ) ก็เท่านั้นเอง ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่า มันจะทำให้ไม่รู้วิทยาศาสตร์ตรงไหน ก็ในเมื่อเขาไม่อยากเป็นหมอ ไม่อยากเป็นวิศวะ แล้วจะไปยัดอะไรนักหนา

ทุกวันนี้การแข่งขันก็สูงมากอยู่แล้ว เด็กเดี๋ยวนี้แทบไม่มีใครไม่เรียนกวดวิชา ขนาดหลักสูตรเก่าสมัยผม คนที่ไม่เรียนกวดวิชา ( รวมทั้งพวกหัวกบฏอย่างผมด้วย ) ยังไม่ค่อยจะมี

แล้วถ้ายิ่งเพิ่มความโหดไปล่ะ

มันจะมีใครอยากมาเรียนบ้าง แต่ถ้าไม่จบ ม.6 ก็ต่อมหาลัยไม่ได้

แล้วตอนจบ ม.6 ไปต่อมหาลัย ก็จะรู้เลยว่า ไอ่ที่เรียนๆ มา แทบจะไม่ได้ใช้หรอก

สำหรับคณิตศาสตร์ผมเห็นด้วยที่จะให้มีทุกแผนการเรียน เพราะไม่จำเป็นต้องเป็นสายหมอ วิศวะ เท่านั้น โดยเฉพาะสถิติ แทบทุกสายต้องใช้ ( หมอดูยังใช้เลย มากด้วย )

ดังนั้น ไม่ได้เกี่ยวกันเลยที่จะยัด ยัด แล้วก็ยัดแบบนี้ เพื่อหวังให้รู้วิทยาศาสตร์ทุกคน

ตรงกันข้าม ยัด ยัด แล้วก็ยัด มันจะกลายเป็นแฮ้งค์ และ Error มากกว่า

คอม Error รีสตาร์ทได้ แต่คน Error ก็ไม่รู้จะทำไงล่ะครับ

ก็แค่อยากให้คนได้เรียนจบอย่างมีความสุข เรียนในสิ่งที่ถนัด ที่ชอบ และจบออกมาเป็นคนดี ก็พอแล้ว

In the name of Sadness

TonyMao_NK51 ( ชาวยุทธ์อกหัก )

ปล.ไม่ได้ทำเพื่อบ้านเมือง แต่ทำเพื่อความสงบสุขของสังคม และผู้คน

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
คนทั่วไปต้องได้อ่าน
#1  by  Century King At 2005-09-25 14:33, 
แต่ข้าน้อยอยู่มอ.2เอง

แต่มันก้อมีผลกะทบเหมือนก๊านอ่านร่า

มาเม้นหั้ยคร่า
#2  by  0o๐P_Rada๐o0 At 2005-09-25 21:05, 
การศึกษาไทยก็เป็นเช่นนี้แล
ตลอดที่เวลาที่เราเรียนมา
เราไม่รู้หรอกว่าเค้ายัดเยียดอะไรให้เราเรียนบ้าง
บางทีประวัติศาสตร์ที่เราเรียนมาตอนเวลา 12 ปี (ป.1-ม.6)
อาจเป็นเพียงนวนิยายก็ได้

เห็นด้วยกับบทความนี้

เห็นใจนักเรียนผู้เป็นเหยื่อของการศึกษาไทยภายใต้การยัดเยียดของผู้ใหญ่ทุกคน
#3  by  ^_____^" At 2005-09-25 21:14, 
ช่ายๆ ขนาดเราเรียนสายวิทย์ เรียนคณะวิทยาศาสตร์
แต่เรียนเอกจุลชีว เรายังไม่เข้าใจเลย ว่าเค้าจะยัดให้เราเรียนฟิสิกส์ทำแบ้วอะไร ในเมื่อมันไม่ได้ใช้ซักหน่อย
แล้วนี่จะให้เด็กสายศิลป์เรียนฟิสิกส์ เคมี ชีวะ จะบ้ารึเปล่า
ถามหน่อยเถอะว่า คนที่เค้าเรียนภาษา เวลานำนักท่องเที่ยวเที่ยวเนี่ย เค้าต้องอธิบายกฎแรงโน้มถ่วง อธิบายชีววิทยาของหินให้นักท่องเที่ยวฟังด้วยรึไงหา? ถึงได้มายัดกันยังงี้น่ะ เฮ้อ
ปฏิรูป ปฏิวัติไปก็เท่านั้น ไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้นเลย
ประชาชนไม่เห็นได้อะไรขึ้นมาเลย มีแต่ผู้เกี่ยวข้องจะรวยเอาๆ เซ็ง
#4  by  นัทธนิชา At 2005-09-25 22:33, 
เห็นด้วยอย่างเเรงอ่ะคับ ถึงผมจาอยู่สายวิทย์เเต่ก้อเข้าจายว่าเดกศิลป์เขาจาเรียนไปทำไมเหมือนกันสู้เขาเอาเวลาปวดหัวพวกนั้นมาใช้กับวิชาเฉพาะที่เขาเรียนจะดีกว่า น่าจาสร้างประโยชน์ได้มากกว่าที่เปน
#5  by  หม่อมปิง ณ กุงเทบ At 2005-12-04 17:51, 
อืม น่าเห็นใจ เพราะว่าที่ รร โหดอย่างนี้เหมือนกัน
#6  by   (124.121.159.241) At 2006-05-09 16:55, 
Google is the best search engine
#7  by  SSqyRCbZ (85.255.114.132) At 2007-03-02 19:25, 
เห็นด้วยอย่ายิ่งค่า
#8  by  ป.แป้ง (61.19.65.247) At 2007-08-19 15:56, 
น้องสาวเรียนอยู่ที่วัดโคกพุทรา เรียนอยู่ชั้นป.5 สอบได้ที่ 1 ของห้อง ทำไมถึงอ่านภาษาอังกฤษไม่ได้สักตัว ถามไปก้อบอกว่าครูไม่ได้สอน พอไปเปิดหนังสือภาษาอังกฤษและแบบฝึกหัดภาษาอังกฤษแล้ว เขียนผิดเยอะมาก ไม่ถูกหลักไวยกรณ์ แต่ทำไมครูผู้สอนตรวจให้ถูก ก็ถามน้องสาวเหมือนกันว่าครูสอนยังไง น้องสาวบอกว่า ครูเขียนให้บนกระดานแล้วลอกตามครู ไม่ได้สอนอ่าน หรือไม่ได้สอนให้ทำความเข้าใจกับภาษาอังกฤษเลย ไม่เข้าใจ การศึกษาไทยทำไมถอยหลัง สมัยที่ฉันเรียนยังเรียน ฉันได้เรียนภาษาอังกฤษตอน ป.5 แต่สมัยนี้เขาเรียนกันตั้งแต่อนุบาล แต่ก็อ่านไม่ได้สักตัว เปิดดิกชินนารี่ ก็ยังไม่ถูกวิธี ครูที่สอนสมัยก่อนยังสอนได้ดีกว่านี้ หรือว่าครูสมัยนี้ไม่มีคุณภาพ หรือไม่อยากสอนกันแน่ ????
#9  by  pum (125.25.137.74) At 2007-10-04 21:52, 
เข้าใจผิดแล้วครับ เขาให้เรียนเคมี ชีวะ ฟิสิกส์ แค่ตอนเทอมแรกของ ม.4 เท่านั้นครับสำหรับสายการเรียนอื่น หลังจากนั้นก็ไม่ต้องเรียนแล้วครับ แต่ที่น่าเซ็งคือ ไม่ว่าสายการเรียนไหนก็ต้องสอบ o-net วิทยาศาสตร์ แล้วคนเรียนสายอื่นจะทำได้ไหมละเนี่ย เขาชอบอ้างว่าเป็นพื้นฐาน สายไหนก็ทำได้ แต่พอไปดูข้อสอบ o-net วิทยาศาสตร์ โอ้โห ยากชิหาย เนี่ยเหรอพื้นฐาน บ้า
#10  by  HBP Extreme (58.8.139.29) At 2008-05-25 17:43, 

<< Home


Kamen Rider Black
View full profile