"บ้า" ก็ "บ้า" (ว่ะ)
วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2549
"วันนี้บ้านเมืองเป็นระบอบประชาธิปไตย แต่บางคนกำลังอาศัยประชาธิปไตยทำลายประชาธิปไตย กำลังรวมตัวกันเพื่อทำลายประชาธิปไตย ล้มประชาธิปไตย จะล้มนายกฯที่มาจากการเลือกตั้ง จะบ้าหรือเปล่า...?"
นี่เป็นประโยคที่คุณทักษิณ ชินวัตรไปพูดในงานมอบรางวัลเกียรติยศจักรดาวให้ศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหารดีเด่นเมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่ผ่านมา
นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่นายกฯ พูดถึงคนที่ไม่เห็นด้วยว่ามีปัญหาสภาวะจิตใจ เพราะก่อนหน้านี้ไม่นาน หลังจาก คุณธีรยุทธ บุญมี ออกมาพูดถึงคอรัปชั่นอันกว้างขวางในรัฐบาลภายใต้การนำของคุณทักษิณที่นักวิชาการท่านนี้เรียกว่า โคตรานุวัตร (โกงกันเป็นโคตร) นายกฯ ก็บอกว่าคนพูดมีปัญหา โรคจิต
หลังจากนั้นไม่กี่วัน นักข่าวถามเรื่องตระกูลชินวัตรขายหุ้นในชินคอร์ปได้เงินมากว่า 73,000 ล้านบาท คุณทักษิณก็บอกให้ตนวิจารณ์ใช้สมองซีกขวามากขึ้น ทำนองว่าคนที่วิพากษ์เขามีปัญหาเรื่องการใช้สมอง
แสดงชัดถึงท่าทีของคุณทักษิณว่ามองคนที่ตั้งคำถามในการกระทำของเขาว่ามีปัญญาด้อยกว่าเขา มีสติไม่สมบูรณ์ มีปัญหาเรื่องของจิตใจ
คนชอบเขาชมเขาเท่านั้นที่ไม่บ้าและมีจิตใจเป็นปกติ
คุณทักษิณอาจจะหงุดหงิดและปกป้องตัวเองจนไม่สังเกตว่าคนในบ้านเมืองไม่น้อยกำลังมองว่าผู้นำต่างหากที่มีปัญหาเรื่องความไม่ปกติของการทำงานของสมองและจิตใจ เพราะบ่อยครั้งจะเห็นปฏิกิริยาไร้เหตุไร้ผลเมื่อถูกตั้งคำถามที่ประชาชนมีสิทธิจะรู้
สีหน้าเกรี้ยวกราดและอารมณ์ฉุนเฉียวของนายกฯ ต่อคำถามธรรมดาในระบอบประชาธิปไตย เช่น ให้เขาชี้แจงเรื่องผลประโยชน์ที่ทับซ้อนระหว่างส่วนตัว ครอบครัวกับของประเทศชาติ จะกลายเป็นประเด็นที่หัวหน้ารัฐบาลคนนี้แสดงอาการโกรธ และอาละวาดต่อหน้าสาธารณะอย่างเห็นได้ชัด
ถ้อยคำ ไอ้..่า หรือ แม้ง.. ที่หลุดออกมาจากปากของนายกฯ ในระยะหลัง ตอกย้ำถึงสภาวะจิตใจที่สั่งสมความเคียดแค้นส่วนตัวกับผู้คนที่แสดงความเห็นคัดค้านและต่อต้านพฤติกรรมที่ส่อไปในทางไม่สวยไม่งามไม่เหมาะไม่ควร
เป็นการแสดงออกของผู้นำที่ไม่ปกติและมักจะเป็นเช่นนี้เมื่อตกอยู่ในสภาพตนเองรู้สึกว่ามีแรงกดดันจากสังคม
วันก่อน ท่านนายกฯ ก็หลุดคำว่า หน้าด้าน ออกมาอีกจงใจที่จะเล่นงานคนที่ออกมาแสดงความเห็นไม่สอดคล้องกับท่านผู้นำ ทั้งๆ ที่คำนี้ แม้คนมีเหตุจะต้องวิจารณ์คนในรัฐบาลที่แสดงพฤติกรรมเช่นนั้นอย่างชัดเจนก็ยังสงวนเอาไว้ ไม่กล่าวออกมาในที่สาธารณะ
เพราะผู้คนยังเห็นว่าสังคมไทยยังควรจะต้องมีมาตรฐานแห่ง กติกามารยาท ในระดับที่สะท้อนถึงอารยธรรมของชาติอยู่ได้บ้าง ไม่กลายเป็นสังคมกราดเกรี้ยวด้วยภาษาหยาบคายเพียงเพราะไม่สามารถอธิบายความไม่ชอบมาพากลของตนให้เกิดความกระจ่างต่อสังคมเท่านั้น
การรวมตัวของประชาชนเพื่อแสดงความไม่พอใจรัฐบาลหรือต่อหัวหน้ารัฐบาลเป็นสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนคนไทยภายใต้รัฐธรรมนูญ และเป็นส่วนสำคัญของการปกป้องระบอบประชาธิปไตย
การเรียกร้องให้นายกฯ พิจารณาตัวเอง ไม่ใช่เป็นการ ล้มล้างระบอบประชาธิปไตย อย่างที่นายกฯ กล่าวหา ตรงกันข้าม การออกมาแสดงความเห็นอย่างสันติของประชาชนนั้น คือการส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยของประเทศ
ไม่เกี่ยวกับความ บ้า หรือไม่ บ้า ของผู้แสดงความเห็น
ถ้าผู้นำกล่าวหาว่าประชาชนที่ใช้สิทธิแสดงความเห็นทางการเมืองเป็นความ บ้า ก็เท่ากับเป็นการย้อนคำถามไปหาตัวเองว่า
ท่าน บ้า หรือเปล่าที่ไปหาว่าคนที่ไม่เห็นด้วยกับท่านว่า บ้า ?
ที่มา : http://www.komchadluek.net/column/think/2006/01/yoon31.php