2008/Aug/20

“น้องคะ ห้องสมุดที่นี่ห้ามผู้หญิงใส่กางเกงเข้าไปนะคะ”
“ที่นี่ห้องสมุดนะครับ ต้องใส่ชุดนักศึกษาครับ”

๑. ข้าพเจ้าใคร่เรียนถามท่านผู้อ่าน.... ห้องสมุดคือสิ่งใด ?


ห้องสมุดคือที่ที่เราไปค้นหาความรู้ใส่กบาลกันใช่หรือไม่ หรือสมองอันกลวงเปล่าของข้าพเจ้าแปลความหมายไปผิดเพี้ยน
“เฮ้ย... เขาก็ทำตามกฎของเขาสิ ถ้าแกไม่ยอมรับก็ไม่ต้องเข้าไป”
อืม... ข้าพเจ้าเข้าใจในข้อนี้ สังคมย่อมมีกฎเกณฑ์ที่ตกลงร่วมกัน หากแต่กฎเกณฑ์นั้น มีสิ่งมีชีวิตตัวใดกดหัว เอามีดจ่อคอให้ทำตามหรือไม่ – เปล่าเลย เพราะฉะนั้น ด้วยพลังสมองที่มนุษย์ถือครองอยู่ก็น่าจะสามารถเค้นความคิดพิจารณาถึงกฎข้อนั้น ๆ ว่าควรแล้วหรือไม่
และถ้าห้องสมุดทั้งมหาวิทยาลัย หรือทั้งประเทศ กำหนดกฎเกณฑ์เยี่ยงนี้กันหมด -- นักศึกษาต้องสวมชุดนักศึกษาจึงจะเข้าใช้บริการห้องสมุดได้
ชุดนักศึกษาคืออะไร? ไอ้กระโปรงสั้นฟิตจนปิดโยนีแทบไม่มิด หรือเสื้อฝึกการหายใจแบบติดขัด หรือเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมสไตล์บูติค ... อันนี้ข้าพเจ้าไม่อาจทราบได้โดยแท้ ทราบแต่เพียงว่าการแต่งกายสุภาพเรียบร้อยเข้าห้องสมุดหรือที่อื่น ๆ คือการแต่งกายให้มิดชิด โดย(เกือบ)ลืมไปว่าวาทกรรมของคำว่าแต่งกายสุภาพเรียบร้อยนั้น มีอีกหลายความหมายนอกเหนือจากนี้ รวมไปถึงการกำหนดว่าการแต่งกายอันนอกเหนือไปจากเครื่องแบบเป็นเรื่องน่าละอายยิ่ง
แต่ไหนแต่ไร ห้องสมุดคือดินแดนสวรรค์ท่ามกลางนรกแห่งวงจรอุบาทว์ทั้งหลาย ข้าพเจ้าแสนสุขใจที่ได้เหยียบย่างเข้าไป แม้จะไม่ได้อ่านหนังสือสักเล่มเลยก็ตามที ราวกับสถานบำบัดอารมณ์ที่หนึ่งเลยทีเดียว
หากแม้เป็นเช่นนี้ กูจะไปหาหนังสืออ่านจากไหนวะ !!! (ขออภัย ใช้วาจาหยาบคาย)
ข้าพเจ้าเชื่อมั่นอย่างรุนแรงว่า มหาวิทยาลัยเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ควรกำจัดความเป็นชนชั้นออกให้หมดโดยเฉพาะในห้องสมุดไม่ว่าจะส่วนกลางหรือของคณะใดก็ตาม เพราะความรู้ไม่ได้มียี่ห้อ ไม่ได้หยิ่งในชาติตระกูลเก่าแก่ ไม่ได้มีกระดาษแข็งใส่กรอบแปะฝาบ้าน ดังนั้น สถานที่นี้จึงเปิดกว้างแก่ทุกคนใช่หรือไม่ ?
ตายล่ะหว่า...แล้วเหตุไฉนมันจึงกลายร่างเป็นสถานที่น่ารังเกียจแห่งชนชั้นนิยมไปเช่นนั้น

๒. ผิดหรือไม่ที่ข้าพเจ้ามีโยนีแต่นิยมสวมกางเกง ?

‘ผู้หญิงเท่ากับกระโปรง ผู้ชายเท่ากับกางเกง’ ... โอ้ ประเทศไทย นี่คือความศิวิไลซ์ของท่านอย่างนั้นหรือ ราวกับว่า ‘ผู้ชายเท่ากับจู๋ ผู้หญิงเท่ากับจิ๋ม’ เลยทีเดียว (ขออภัย เปรียบเทียบหยาบคาย)
ย้อนกลับไปหลาย ๆ ปีสักหน่อย...เด็กหญิงกระโปรง ถูกคุณลุงชื่อย่อ ป. จูง(กระชาก?)มือเข้ามาในบ้านประเทศไทย แล้วก็บอกให้เพศหญิงทุกคนในบ้านทำความรู้จักกับเด็กหญิงกระโปรง และบอกกับคนในบ้านว่าต้องรู้จักเธอให้ดี เพราะเธอจะเป็นสง่าราศีให้แก่บ้าน
ในขณะที่ เด็กชายกางเกงเล กางเกงยีนส์ถูกผู้ใหญ่บอกว่าไม่เรียบร้อย ไม่สุภาพ ไม่ต้องออกไปข้างนอกนะ จะทำให้เสียหน้ากันไปหมด เด็กชายกางเกงทั้งสองจึงถูกกักบริเวณ
มันน่าน้อยใจแทนเด็กชายเสียจริง
เฉกเช่นเดียวกับความหมายที่ไอ้ตัวไหนหน้าไหน(ขออภัย ใช้คำหยาบคาย) บังอาจสร้างนิยามลักษณะความเป็นเพศ แล้วบีบคอให้เชื่อกันมาร้อยชาติพันชาติ ผู้ชายมิได้หมายความถึงความแข็งแกร่งเท่านั้น ผู้หญิงก็มิได้หมายความถึงความเรียบร้อย นุ่มนิ่ม อ่อนโยนเพียงอย่างเดียว
ณ ปัจจุบัณกาลนี้ ข้าพเจ้าเฝ้ามองมหาวิทยาลัยป่าวประกาศเจตนารมณ์อันสูงส่งที่จะผลิตนักศึกษาอันมีคุณภาพออกสู่สังคม และกำหนดคุณภาพว่าจักต้องเป็นตามข้อหนึ่ง สอง สาม ... ขอประทานอภัย
มนุษย์เว้ย ไม่ใช่หุ่นกระป๋องสำเร็จรูปปะยี่ห้อมหาวิทยาลัย (ขออภัย สบถหยาบคาย)

คำถาม :
- ชุดนักศึกษาเป็นตัวแทนของประชากรโลกผู้มีคุณภาพใช่หรือไม่
ตอบ ไม่ใช่
- การพูดเพราะคือความดีสูงสุดใช่หรือไม่
ตอบ ไม่ใช่
- สวมกระโปรงคือคุณสมบัติของลูกผู้หญิงใช่หรือไม่
ตอบ ไม่ใช่
- ผิดหรือไม่ที่ข้าพเจ้ามีโยนีแต่นิยมสวมกางเกง
ตอบ ไม่ผิด
- คำว่า ‘ขออภัย หยาบคาย’ นั้น เป็นการขออภัยอย่างจริงใจหรือไม่
ตอบ ไม่จริงใจ กูตอแหลว่ะ

edit @ 20 Aug 2008 02:42:07 by Century King

2008/Aug/19

วันนี้(19 ส.ค.) แกนนำ 1,000 มิตรเพื่อบระเจ้าโจ๊ก นำกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนนับหมื่นคน เคลื่อนขบวนจากแยกราชประสงค์ ผ่านหน้าเทวสถานอังกิดประจำประเทศไทมุ่งสู่ตึกแกรมม่า
ขณะที่บรรยากาศการเคลื่อนขบวนเป็นไปด้วยความคึกคักร้องเพลงไผ่ลู่ลมตลอดเส้นทาง
     
โดยแกนนำได้ยื่นหนังสือจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้อากู๋ปั๊มแผ่น so cool: five เพิ่ม หลังจากวางแผงไม่กี่นาที แผ่นก็ขาดตลาด
แกนนำหวั่นการแย่งชิงแผ่นอาจก่อให้เกิดสงครามกลางเมืองย่อยๆได้

พร้อมทั้งจี้แกรมม่าเร่งอัญเชิญบร๊ะเจ้าโจ๊ก กลับมายังประเทศไทเพื่อดำเนินการพิธีกรรมบูชา โดยมีเจ้าหน้าที่แกรมม่าประจำประเทศไทเป็นตัวแทนออกมารับหนังสือ
โดย 1,000 มิตรให้เวลาแกรมม่า 7 ชั่วโมงในการปั๊มแผ่นเพิ่ม

แหล่งข่าว: ผู้จัด...ก๊วน...กวน

 

http://www.pantip.com/cafe/chalermkrung/topic/C6902827/C6902827.html

2008/Aug/17

มิตรภาพที่เราพยายามปลูกฝัง ยัดเยียดกัน สุดท้ายก็เป็นแค่น้ำเชื่อมจอมปลอมที่คอยชุบคนให้รู้สึกสดชื่นแค่นั้น

 

สุดท้าย คนแต่ละคนก็เดินไปตามทางของตนเอง

 

สิ่งที่พยายามฝันกันตอนเด็กเช่น เป็นเพื่อนกันตลอดไป หรือ เอ้าโตขึ้นถ้าเราเป็น...เราจะมาช่วยนายนะ

 

สุดท้าย พอโตขึ้นมา ทุกคนก็จะเห็นแก่ตัวเอาตัวเองเป็นที่ตั้งกันอยู่ดี

 

พอช่วงมหาวิทยาลัย เหล่าคนที่เรียกตัวเองว่ารุ่นพี่ก็พยายามจะยัดเยียดรุ่น มิตรภาพอันจอมปลอม และอื่นๆให้ฝังหัว

 

พยายามสร้างภาพลักษณ์อันฉาบฉวยและลวงตาว่า มิตรภาพแน่นแฟ้น รักกันจริง

 

 

แต่พอผ่านไปนับสิบปี กลับมา คุยกันน่ะก็คุยดี พอขอความช่วยเหลือก็เชื่อเถอะ น้อยนักที่จะมีให้กัน

 

กระทั่งศาสนา สอนให้เอื้อเหื้อ สามัคคี สุดท้าย ก็มีแค่ตัวเองคนเดียวที่จะต้องเอาตัวเองให้รอด

 

 

โลกบัดซบ......

 

ปล.อ่านละครโรงเล็ก ผีน้อยคิวทาโร่มา สะท้อนใจจริงๆ



Kamen Rider Black
View full profile